คำนวณค่าไฟแอร์

เปิดแอร์โหมดไหนดี เปรียบเทียบทุกโหมดแอร์

รีโมทแอร์มีปุ่มโหมดหลายแบบ แต่หลายคนใช้แค่โหมด Cool ตลอด ทั้งที่แต่ละโหมดมีจุดเด่นต่างกัน และบางโหมดประหยัดไฟได้มากกว่า

เปรียบเทียบแต่ละโหมด

❄️

Coolโหมดทำความเย็น

การใช้ไฟ: สูง

โหมดมาตรฐาน ทำความเย็นตามอุณหภูมิที่ตั้ง คอมเพรสเซอร์ทำงานเต็มที่จนถึงอุณหภูมิเป้าหมาย

เหมาะกับ: วันร้อนจัด ต้องการเย็นเร็ว

💡 ตั้ง 26–27°C เพื่อสมดุลระหว่างความสบายและประหยัดไฟ

💧

Dryโหมดลดความชื้น

การใช้ไฟ: ปานกลาง

ลดความชื้นในอากาศ คอมเพรสเซอร์ทำงานสลับกับพักเพื่อดูดความชื้น อุณหภูมิลดเล็กน้อย

เหมาะกับ: วันฝนตก อากาศชื้น รู้สึกเหนียว

💡 ประหยัดไฟกว่า Cool 20–30% เหมาะกับช่วงอากาศไม่ร้อนมากแต่ชื้น

💨

Fanโหมดพัดลม

การใช้ไฟ: ต่ำมาก

เปิดเฉพาะพัดลม ไม่เปิดคอมเพรสเซอร์ ไม่ทำความเย็น แค่หมุนเวียนอากาศ

เหมาะกับ: อากาศไม่ร้อน ต้องการระบายอากาศ

💡 ใช้ไฟน้อยที่สุดในบรรดาทุกโหมด เหมาะกับช่วงเช้า/เย็นที่อากาศพอทนได้

🔄

Autoโหมดอัตโนมัติ

การใช้ไฟ: ขึ้นกับอุณหภูมิ

แอร์เลือกโหมดเองโดยอัตโนมัติตามอุณหภูมิห้อง ปรับระหว่าง Cool/Dry/Fan ตามสภาพจริง

เหมาะกับ: ใช้งานทั่วไปตลอดวัน ไม่ต้องปรับบ่อย

💡 สะดวกที่สุด แต่ควรตรวจสอบว่าแอร์เลือกโหมดที่เหมาะสมหรือไม่

🌙

Sleepโหมดนอนหลับ

การใช้ไฟ: ต่ำ

ค่อยๆ ปรับอุณหภูมิขึ้น 0.5–1°C ต่อชั่วโมงในช่วงแรก จากนั้นคงที่ ลดเสียงรบกวน

เหมาะกับ: นอนหลับกลางคืน

💡 ประหยัดไฟได้ 10–20% เทียบกับ Cool ตลอดคืน เพราะอุณหภูมิร่างกายลดลงขณะนอน

สรุป: โหมดไหนประหยัดที่สุด

โหมดทำความเย็นลดความชื้นประหยัดไฟ
Cool★★★★★★★★★★
Dry★★★★★★★★★★★
Fan★★★★★
Auto★★★★★★★★★★
Sleep★★★★★★★★★★

คำแนะนำสำหรับสภาพอากาศไทย

  • หน้าร้อน (มีนาคม–พฤษภาคม) — Cool ที่ 26–27°C ดีที่สุด
  • หน้าฝน (มิถุนายน–ตุลาคม) — Dry ช่วยลดความอึดอัดได้ดีกว่า Cool
  • กลางคืน — Sleep ช่วยประหยัดไฟและนอนหลับสบายขึ้น
  • เช้า/เย็นที่อากาศพอทนได้ — Fan หรือ Dry แทน Cool ประหยัดกว่ามาก

คำนวณค่าไฟแอร์ของคุณ

ดูว่าแอร์ของคุณใช้ไฟเท่าไหร่ต่อเดือนด้วยเครื่องคำนวณของเรา

เปิดเครื่องคำนวณ

บทความที่เกี่ยวข้อง